รวบคนขับเรือหางยาว ลักลอบนำ 5 ต่างด้าวเข้าเมือง
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.1 กก.8 บก.รน. ร่วมกันจับกุม
1.นายชาฟีอีฯ อายุ 32 ปี สัญชาติ ไทย
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด “ผู้ใดนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วย ประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือฯ เข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักรต้องยืนรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงฯ, พ.ร.บ.เดินเรือ ผู้ใดใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือฯ, พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 282 ผู้ใดทำการในเรือในตำแหน่ง
ที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถฯ”
2. นางบีดายาฯ อายุ 25 ปี สัญชาติ ไม่มีสัญชาติ
3. นางนารีน่าฯ อายุ 27 ปี สัญชาติ ไม่มีสัญชาติ
4. นายดีน อายุ 25 ปี สัญชาติ ไม่มีสัญชาติ
5. นางสูนัยยะห์ฯ อายุ 23 ปี สัญชาติ ไม่มีสัญชาติ
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต”
6. นางสาวนุชวาฯ อายุ 20ปี ไม่มีสัญชาติทางทะเบียนบัตรประจำตัวสัญชาติ
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรต้องยืนรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น”
.
พร้อมด้วยของกลาง
1. เรือหางยาว จำนวน 1 ลำ
2. เครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน 1 เครื่อง
.
เนื่องจากสถานีตำรวจน้ำระนองได้สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ พบว่า มีกลุ่มต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองบริเวณคลองชุมชนท่าเขาตาใหญ่ ม.5 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำเรือตรวจการณ์ 356 พร้อมชุดทางบก ออกไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง พบเรือกลุ่มเป้าหมายซึ่งวิ่งมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย โดยมีผู้โดยสารประมาณ 5 คน และได้วิ่งเทียบท่าบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดทางบกและทางเรือจึงเข้าปิดล้อมตรวจสอบ
.
พบนายชาฟีอีฯ อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามข้างต้น ต่อมาได้ตรวจสอบเอกสารผู้โดยสารบนเรือพบว่า ไม่มีเอกสารทางราชการไทยออกให้ 4 คน และอีก 1 คน ไม่มีสัญชาติทางทะเบียนบัตรประจำตัวสัญชาติ จึงได้นำตัวมาทำบันทึกที่ตำรวจน้ำระนองเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
สอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายชาฟีอีฯ ให้การว่า เป็นผู้รับจ้างขนส่งผู้โดยสารมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้ามาฝั่งไทย โดยได้ค่าจ้างหัวละ 300 บาท
ที่มา #ThaiPress #ไทยเพรสส์
#ข่าวอาชญากรรม #ต่างด้าว
0 ความคิดเห็น